Blog Icon
ปัญหาการตีความรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๘ ของศาลรัฐธรรมนูญ

ปูนเทพ ศิรินุพงศ์

     แม้ไม่มีบทบัญญัติใดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีเขตอำนาจในการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐ ธรรมนูญของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญได้รับวินิจฉัยกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ว่าได้ดำเนินการไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่โดยอาศัยเขตอำนาจตามมาตรา ๖๘ ที่บัญญัติเกี่ยวกับเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีการใช้สิทธิพิทักษ์รัฐ ธรรมนูญโดยประชาชน

Blog Icon

จดหมายเปิดผนึกถึงผู้พิพากษาและตุลาการ


วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๖

หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


เรียน ผู้พิพากษาและตุลาการ

บุคคลและคณะบุคคลที่ได้ร่วมกันเขียนจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ขึ้นขอเรียนว่า บทบาทขององค์กรตุลาการที่ก่อให้สาธารณชนเกิดความเคลือบแคลงเช่นนั้น ย่อมเห็นได้จากการที่องค์กรตุลาการได้นำเอาประกาศของคณะรัฐประหารมาใช้บังคับแก่คดีทั้ง ๆ ที่คณะรัฐประหารได้สูญสิ้นอำนาจในทางความเป็นจริงไปแล้ว ส่งผลให้สาธารณชนตลอดจนผู้พิพากษาและตุลาการที่ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยเห็นว่า กระบวนการยุติธรรมภายหลังจากการทำรัฐประหารนั้นเป็นกระบวนการที่รับเอาภารกิจของการทำรัฐประหารมาสานต่อ เพื่อทำให้การโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งโดยชอบธรรมตามวิถีทางประชาธิปไตยบรรลุผลอย่างสมบูรณ์ การตัดสินคดีหลายคดีที่เชื่อมโยงกับการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ มิใช่เป็นปัญหาเฉพาะในทางหลักการเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลกระทบในทางปฏิบัติด้วย เพราะบรรดาบุคคลตลอดจนกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองทั้งที่ปรากฏชัดแจ้งและที่แฝงเร้นซึ่งได้รับประโยชน์จากคำวินิจฉัยและคำพิพากษาที่มีจุดเกาะเกี่ยวกับการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ต่างอ้างคำวินิจฉัยและคำพิพากษาเหล่านั้นเป็นบรรทัดฐาน โดยละเลยข้อเท็จจริงที่ว่า คำวินิจฉัยและคำพิพากษาดังกล่าวมีที่มาซึ่งเชื่อมโยงกับการแย่งชิงอำนาจรัฐที่ปราศจากความชอบธรรมในทางประชาธิปไตยทั้งสิ้น มิพักต้องกล่าวถึงเนื้อหาของคำวินิจฉัยและคำพิพากษาเหล่านั้นซึ่งมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ในหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นการใช้กฎหมายย้อนหลังในทางที่เป็นผลร้าย หรือแม้แต่การขยายความบทบัญญัติที่มีโทษอาญาออกไปจนกระทั่งมีลักษณะเป็นการเทียบเคียงบทกฎหมายเพื่อลงโทษบุคคล การอ้างอิงคำวินิจฉัยและคำพิพากษาที่มีลักษณะเช่นนี้ ก่อให้เกิดความขัดแย้งต่อเนื่องมาในสังคม ซึ่งความขัดแย้งเช่นว่านั้นย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากองค์กรตุลาการใช้และตีความกฎหมายโดยซื่อตรงต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตย และปฏิเสธที่จะบังคับใช้บรรดาประกาศตลอดจนคำสั่งทั้งหลายของคณะรัฐประหาร


Page Icon
"องค์กรตุลาการที่ดีจะต้องเชื่อมโยงกลับไปหาประชาชนได้ โดยอาจจะเชื่อมโยงผ่านองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติหรือองค์กรฝ่ายบริหารแล้วแต่กรณี แต่องค์กรที่จะถอดถอนผู้พิพากษาหรือตุลาการออกจากตำแหน่งควรจะเป็นคนละองค์กรกับองค์กรที่แต่งตั้ง กล่าวคือ ผู้ที่มีอำนาจแต่งตั้งไม่ควรมีอำนาจถอดถอน กรณีที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งอาจจะให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ถอดถอน หรือให้คณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อให้วุฒิสภาที่มีความชอบธรรมในทางประชาธิปไตยรับรองหรือให้ความเห็นชอบ แต่การถอดถอนออกจากตำแหน่งจะต้องให้อีกสภาหนึ่งเป็นผู้ถอดถอน หลักการหรือกลไกในลักษณะนี้จะเป็นการประกันความเป็นอิสระในระดับหนึ่ง" - วรเจตน์ ภาคีรัตน์
Page Icon
"...การเลือกพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดลขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ (ตลอดจนการเลือกคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่างอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอภิปรายในเชิงตำหนิติเตียนพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนอภิปรายถึงคุณสมบัติด้านลบของพระองค์เจ้าอานันทมหิดล (รวมถึงคุณสมบัติด้านลบของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ด้วย) ยังไม่นับว่ามีการแสดงจุดยืนของฝ่ายฝ่ายรัฐบาลว่าให้การสนับสนุนผู้ใดให้สืบราชสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ดังที่พระยาพหลพลพยุหเสนา กล่าวว่า “ที่รัฐบาลเสนอพระองค์แรก คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล...” (ซึ่งสอดคล้องกับที่นายปรีดี พนมยงค์ ได้กล่าวในเวลาต่อมาว่ารัฐบาลให้การสนับสนุนพระองค์เจ้าอานันทมหิดลขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์เพราะพระบิดาของพระองค์เจ้าอานันทมหิดล “...ได้ทรงทำคุณประโยชน์แก่ราษฎร และเป็นเจ้านายที่บำเพ็ญพระองค์เป็นนักประชาธิปไตย เป็นที่เคารพรักใคร่ของราษฎรส่วนมาก คณะรัฐมนตรีจึงเห็นชอบพร้อมกันเสนอสภาผู้แทนราษฎรขอความเห็นชอบ...”) ...ขณะที่การเลือกเจ้าฟ้าภูมิพลขึ้นครองราชย์นั้น สมาชิกรัฐสภามิได้อภิปรายถึงคุณสมบัติของเจ้าฟ้าภูมิพลกันอย่างกว้างขวางเหมือนกรณีพระองค์เจ้าอานันทมหิดล ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าขณะนั้นกำลังอยู่ในบรรยากาศของความโศกเศร้าจากกรณีสวรรคต หรือไม่บรรดาผู้มีอำนาจในขณะนั้นอาจไม่ติดใจในคุณสมบัติของเจ้าฟ้าภูมิพลก็เป็นได้" - สุวิทย์ เลิศไกรเมธี
Page Icon
"ความผิดฐาน “ทำให้การให้บริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง” โดยหลักการแล้วเป็นความผิดสากลตามพิธีสารมอนตริออล ค.ศ. ๑๙๘๘ แต่มิได้มีชื่อเรียกว่าเป็นความผิดฐาน “ก่อการร้าย” ส่วนความผิดฐาน “ก่อการร้าย” ตามประมวลกฎหมายอาญานั้นโดยหลักการแล้วมิได้เป็นความผิดสากล ดังที่เข้าใจกัน เว้นแต่จะมีองค์ประกอบความผิดไปพ้องกับความผิดสากลตามกฎหมายระหว่างประเทศ" - ประเสริฐ ป้อมป้องศึก
Page Icon
อำนาจรัฐเป็นของราษฎรอยู่เดิมโดยธรรมชาติ แต่กษัตริย์ทึกทักยึดเอาอำนาจนั้นไปครองไว้เด็ดขาดแต่ผู้เดียว คณะราษฎรนำอำนาจนั้นคืนมาให้แก่ราษฎรผู้เป็นเจ้าของอำนาจนั้น หาใช่ ‘การแย่งอำนาจ’ (Usurpation) อันเป็นของกษัตริย์ไปไม่ แม้ว่าราษฎรบางคนอาจไม่รู้ตัว เพราะถูกผู้อื่นทึกทักเอาอำนาจ (Presumed Power) จนเคยชิน
Page Icon
ในยุโรป ข้อความคิด “บริการสาธารณะ” แบบฝรั่งเศสที่ยึดครองมายาวนานเริ่มสูญเสียอิทธิพลลงไป เพราะอิทธิพลของระเบียบโลกใหม่ ลัทธิเสรีนิยมทางเศรษฐกิจ และกฎเกณฑ์ของสหภาพยุโรป กิจการโทรคมนาคม การสื่อสาร ไปรษณีย์ และพลังงาน ไม่ใช่ “บริการสาธารณะ” ที่รัฐจะผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว ตามกฎเกณฑ์ของสหภาพยุโรป กิจการเหล่านี้กลายเป็น “บริการเพื่อประโยชน์ทั่วไป” (Service d’intérêt général)  “บริการเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจทั่วไป” (Service d’intérêt économique général) หรือ “บริการที่มีผู้ใช้อย่างทั่วถึง” (Service universel) ซึ่งเอกชนมีเสรีภาพในการประกอบกิจการเหล่านี้ ภายใต้การแข่งขันที่เป็นธรรม โดยมีรัฐเป็นผู้กำกับดูแลกติกา
Page Icon
"ในคดีปกครอง การฟ้องคดีย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินบริการสาธารณะไม่มากก็น้อย หากเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถฟ้องโต้แย้งการกระทำทางปกครองได้โดยไม่มีจุดเกาะเกี่ยวหรือความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการกระทำทางปกครองนั้นเลย ก็ส่งผลให้ทุกคนสามารถนำเรื่องไปฟ้องศาลได้ทั้งหมด ศาลในทุกระบบและในทุกประเทศจึงไม่อนุญาตให้บุคคลใดก็ได้สามารถฟ้องคดี หรือไม่ยอมรับหลักการฟ้องคดีโดยประชาชน (L’action populaire) ตามสุภาษิตที่ว่า “ไม่มีบุคคลใดสามารถฟ้องคดีได้ราวกับเป็นอัยการ” ดังนั้น ผู้ฟ้องคดีต้องแสดงให้เห็นว่าตนมีความเกี่ยวข้องกับการกระทำทางปกครองที่ต้องการโต้แย้ง ปัญหาต่อมาที่ต้องพิจารณา คือ แล้วศาลจะใช้หลักเกณฑ์ใดในการพิจารณาว่าบุคคลผู้ฟ้องคดีนั้นมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการกระทำทางปกครองที่ต้องการโต้แย้งเพียงพอที่จะมีสิทธิฟ้องคดีได้" - ปิยบุตร แสงกนกกุล
Page Icon
"ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยโดยผ่านทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและศาล แต่ในเวลาที่ประเทศตกอยู่ในภาวะว่างเว้นรัฐสภา และคณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร หากมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องสงวนรักษาระบอบการปกครองและความสงบสุขของราชอาณาจักรไว้ พระมหากษัตริย์ย่อมทรงใช้อำนาจอธิปไตยผ่านทางศาลได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 ดังที่ทรงมีพระราชดำรัสแก่ประธานศาลปกครองสูงสุดและประธานศาลฎีกา เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 ดังนั้น การปฏิบัติภารกิจของศาลตามที่ได้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อม จึงเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ" - ความตอนหนึ่งจาก หนังสือด่วนที่สุด โดยประธานศาลฎีกา (นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ) ถึงประธานวุฒิสภา, วันที่ 1 มิถุนายน 2549
Page Icon
โต้เอกกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ
ความจริงของม.ร.ว. เสนีย์   ปราโมชและขบวนการเสรีไทย (๒)


โดย ดอม   ด่านตระกูล
« 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 »