Home » บทความจากผู้อ่าน » อัปรียศัพท์ทั้งเจ็ด กับเสรีภาพในการแสดงออก - ไพร่แขนขาว

อัปรียศัพท์ทั้งเจ็ด กับเสรีภาพในการแสดงออก - ไพร่แขนขาว

Blog Icon

กฏหมายมหาชน บทความจากผู้อ่าน

03 May 2011

read 8418

7Filthy Words

อัปรียศัพท์ทั้งเจ็ด
กับเสรีภาพในการแสดงออก


โดย ไพร่แขนขาว

เมื่อก่อน “ไพร่แขนขาว” เคยชอบดูบอลอยู่หลายปี แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้ความสนใจการแข่งขันฟุตบอลลดน้อยถอยลงไปทุกที หันไปสนุกกับเรื่องอื่นมากกว่า เช่น เรื่องเกี่ยวกับ “คำหยาบ” เป็นต้น

พอทราบข่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่านักฟุตบอลชื่อดังอย่าง เวย์น รูนี สบถคำหยาบในระหว่างการแข่งขัน ก็รู้สึกตื่นเต้นไปด้วยเลยกลับมาอ่านข่าวฟุตบอลอีกครั้ง และเป็นที่มาของบ่นความนี้ ซึ่งจะว่าด้วยคำหยาบ ๗ คำที่น่าจะโด่งดังที่สุดในแวดวงวิชาการนิติศาสตร์ เนื่องด้วยคำทั้งเจ็ดได้รับเกียรติให้ขึ้นไปสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแห่งประเทศสหรัฐอเมริกามาแล้ว

ประเด็นที่คำทั้งเจ็ดต่อกรด้วยมิใช่ประเด็นกฎหมายพื้นๆ อย่างใครนำไปด่าใคร หรือใครนำไปใช้ทำให้ใครโกธร แต่เป็นประเด็นที่ทดสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญในการพูดคำเหล่านี้

ไม่ต้องรอช้า มาดูกันเลยว่าอัปรียศัพท์ทั้งเจ็ดมีอะไรบ้าง แล้วก็จำกันให้ขึ้นใจ ส่วนคำแปลนั้นหาดูได้จากพจนานุกรมฉบับมาตรฐานต่างๆ ที่อธิบายกันอย่างไม่ปิดบัง

๑. Shit
๒. Piss
๓. Fuck
๔. Cunt
๕. Cocksucker
๖. Motherfucker
๗. Tits

ความเป็นมาแห่งคดี

เหตุที่ปรากฏบัญชีคำหยาบเจ็ดคำนี้ เรื่องก็มีอยู่ว่า ในปี ค.ศ. ๑๙๗๓ ตลกนักพูดชื่อดังนามว่า จอร์จ คาร์ลิน (George Carlin) ได้ออกอัลบั้ม “Class Clown” โดยมีหัวข้อหนึ่งเป็นเรื่อง “Seven Words You Can Never Say on Television” อันเป็นการเปิดประเด็นถกเถียงกันเรื่องคำหยาบทั้งเจ็ด แต่ก็ยังไม่มีปัญหาใดเกิดขึ้น

ต่อมาคาร์ลินได้ออกอัลบั้ม “Occupation: Foole” ซึ่งมีหัวข้อเรื่อง “Filthy Words” รวมอยู่ด้วย โดยวิเคราะห์ทัศนคติของสังคมต่อคำหยาบทั้งเจ็ดอย่างถึงพริกถึงขิง ปัญหาคงจะไม่เกิดขึ้น ถ้าสถานีวิทยุของ Pacifica Foundation ไม่นำอัลบั้มนี้ไปเปิดออกอากาศตอนบ่ายสองโมง ของวันอังคารที่ ๓๐ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๗๓ ให้คนนิวยอร์กได้ฟังกันอย่างสนุกสนาน

ณ ช่วงเวลานั้นปรากฏว่า กระทาชายนายหนึ่งกำลังขับรถอยู่พอดี เผอิญมีลูกชายนั่งไปด้วย เมื่อได้ยินเข้าก็ไม่พอใจที่สถานีวิทยุยอมให้คำหยาบอย่างนั้นหลุดออกอากาศให้สาธารณชนฟังกันกลางวันแสกๆ จึงต่อว่าไปยังคณะกรรมการกิจการสื่อสารแห่งชาติ (Federal Communications Commission: FCC) ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของสถานีวิทยุ (เป็นคณะกรรมการในทำนองเดียวกับ กสทช. ของไทย)

กสทช.อเมริกัน จึงเข้าไปตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้น สถานีวิทยุดังกล่าวก็ชี้แจงว่าเนื้อหาของการออกอากาศในครั้งนั้นเป็นเพียงการแสดงทัศนคติของสังคมปัจจุบันที่มีต่อการใช้ภาษาเท่านั้น (Contemporary society’s attitude toward language.)

กสทช.อเมริกัน ฟังความดูแล้วก็กลับไปคิดอยู่หลายรอบกว่าจะออกคำสั่งมาได้ในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๗๕ โดยขู่ว่าการออกอากาศเช่นนั้นอาจเป็นเหตุให้สถานีถูกลงโทษทางปกครองได้ แต่คราวนี้ขอลงบันทึกตักเตือนไว้ก่อน และหาก กสทช.อเมริกัน ได้รับข้อทักท้วงเข้ามาอีกก็จะพิจารณาว่าจะใช้มาตรการลงโทษหรือไม่ต่อไป (In the event subsequent complaints are received, the Commission will then decide whether it should utilize any of the available sanctions it has been granted by Congress.) ทั้งนี้ กสทช.อเมริกันมิได้มุ่งประสงค์ที่จะห้ามการใช้ภาษา (หยาบคาย) ดังกล่าวทางวิทยุ เพียงแต่เห็นว่าการออกอากาศเช่นนั้นจะต้องเลือกเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กๆ มีโอกาสได้ยินได้ฟังน้อยที่สุด

เมื่อความเห็นไม่ตรงกัน เรื่องก็ขึ้นไปสู่ศาล ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ กสทช.อเมริกัน แพ้คดี เพราะเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นการเซ็นเซอร์ (Censorship) อันขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา

ทว่าในท้ายที่สุด ศาลฎีกาได้กลับคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ และยืนยันว่าการกระทำของ กสทช.อเมริกัน ชอบด้วยกฎหมายแล้ว โดยศาลมิได้ให้ความสำคัญว่าคำเหล่านั้นเป็นคำหยาบที่ต้องห้ามหรือไม่

ศาลฎีกาอธิบายข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายยาวหลายหน้า โดยตอนท้ายของคำพิพากษา ศาลได้เปรียบเปรยว่าการใช้คำ (หยาบ) ดังกล่าวเป็นเสมือน “หมูที่อยู่ในห้องรับแขก แทนที่จะอยู่ในคอกหมู” (A pig in the parlor instead of the barnyard.) ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดกาลเทศะ ของบางอย่างแม้จะไม่ใช่สิ่งที่ผิดอะไร แต่หากไปอยู่ผิดที่ผิดทางก็อาจถือเป็นความผิดได้ ดังนั้น กสทช.อเมริกัน จึงมีอำนาจกำกับดูแลกรณีดังกล่าวโดยไม่ต้องคำนึงว่าหมูนั้นหยาบคายหรือไม่ (FCC regulatory power does not depend on proof that the pig is obscene.)

ถึงแม้ว่าศาลฎีกาจะมิได้ตัดสินว่าคำทั้งเจ็ดดังกล่าวเป็นคำหยาบคายที่ห้ามมนุษย์ใช้สนทนากัน เพียงแต่เห็นว่าคำทั้งเจ็ดออกอากาศในกาลเทศะที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น แต่ด้วยผลของคำพิพากษานี้ คำทั้งเจ็ดจึงมีสถานะเสมือนเป็นคำต้องห้ามในวงการสื่อสารมวลชนของสหรัฐอเมริกาไปโดยปริยาย โดยห้ามไม่ให้เผยแพร่ออกอากาศในวิทยุหรือโทรทัศน์ทั่วไป ส่วนการเผยแพร่เฉพาะกลุ่มนั้นอาจทำได้ เช่น เคเบิ้ลทีวี ทีวีดาวเทียม เป็นต้น 

คำบ่นท้ายฎีกา

๑. เพื่อประโยชน์ทางวิชาการ “ไพร่แขนขาว” ขอนำ “เดี่ยวไมโครโฟน” (Monologue) ของจอร์จ คาร์ลิน มาแนบท้ายบ่นความนี้ด้วย ทั้งนี้เป็นเอกสารซึ่งถอดเทปโดย กสทช.อเมริกัน  และแนบอยู่ท้ายคำพิพากษา คดี FCC v. Pacifica Foundation, 438 U.S. 726 (1978) ส่วนคำพิพากษาฉบับเต็มดูได้ในเวปไซต์ด้านล่างนี้ โดยมีข้อน่าสังเกตว่าคำพิพากษาของศาลอเมริกันจะมีเนื้อหาทั้งที่เป็นความเห็นฝ่ายข้างมาก (Majority Opinion) ความเห็นร่วม (Concurring Opinion) และความเห็นแย้ง (Dissenting Opinion) ซึ่งละเอียดลออดีมาก โดยไม่ปรากฏว่าต้องมีโฆษกศาลฎีกามาคอยอธิบายขยายความหรือเพิ่มเติม ประดุจราวกับว่าคำพิพากษานั้นเขียนไม่เสร็จ จนต้องให้โฆษกศาลมาออกคำพิพากษาเพิ่มเติมในภายหลัง  http://caselaw.lp.findlaw.com/scripts/getcase.pl?court=US&vol=438&invol=726

๒. หากเราอ่าน “เดี่ยวไมโครโฟน” ของคาร์ลิน แล้วลองตัดเรื่องตลกเสียดสีต่างๆ ออกไป ก็จะพบเนื้อหาที่เหลืออยู่ ซึ่งเป็นมุมมองของคาร์ลินต่อการใช้คำเหล่านั้นดังที่สถานีวิทยุได้ชี้แจ้งไว้ตั้งแต่เริ่มมีปัญหา คำบางคำอยู่ในคัมภีร์ไบเบิลก็ไม่หยาบ แต่พอไปอยู่ในบริบทอื่น สังคมกลับเห็นว่าหยาบ คำบางคำ ผู้คนอาจไม่ชอบแต่ก็ใช้คำนั้นกันติดปากอยู่เสมอในสังคมทั่วไป คาร์ลินเพียงแต่หยิบยกการใช้คำต่างบริบทกันมาเสียดสีให้ผู้ฟังได้คิดได้ขำในสิ่งที่ตนอาจมองข้ามไปเท่านั้น

๓. คำฝรั่งที่ว่าหยาบนั้นหากเทียบกับคำไทยคำเดียวกันแล้ว ก็อาจไม่หยาบ คนไทยจำนวนไม่น้อยชอบกินอาหารที่เรียกว่า “ขี้” เช่น พริกขี้หนู แกงขี้เหล็ก หากแปลตรงๆ เป็นคำฝรั่งก็คงจะงงกันพิลึก ฉันชอบกิน “mouse shit chili” กับ “iron shit curry” ส่วนคำว่า “เยี่ยว” (piss) นั้นแม้ไม่สุภาพ แต่ก็ไม่น่าจะหยาบคายถึงขนาดที่ถ้าออกอากาศแล้วสถานีจะถูกเพิกถอนใบอนุญาต อีกทั้งคนไทยยังนิยมกิน “ไข่เยี่ยวม้า” กันอีกด้วย สำหรับคำว่า “นม” (tits) ยิ่งนึกไม่ออกว่าคำไทยมีคำหยาบว่าอะไร จะว่า “ถัน” ก็ฟังดูเป็นภาษากวีหรือภาษาหนังสือมากกว่าจะเป็นคำหยาบ คำว่า “นม” หรือ “หัวนม” ก็ดูจะเป็นคำกลางๆ ทื่อๆ ไร้อารมณ์ที่สื่อถึงอวัยวะส่วนหนึ่งมากกว่าจะมีนัยแฝงอันเลวร้ายกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ส่วนคำอื่นอีกสี่คำนั้น คำไทยก็หยาบไม่แพ้กัน (การจะวิเคราะห์คำเหล่านี้สามารถทำได้อีกมากมายหลายแง่มุม แต่ขอละไว้บ่นต่างหากในโอกาสอื่น)

๔. ในบางครั้ง “ไพร่แขนขาว” ก็รู้สึกแปลกใจกับตนเอง เวลาพูดคุยกับผู้อ่อนกว่าไม่ว่าจะด้วยวัยหรือสถานะ ตัวเรากลับพูดคำหยาบได้ แต่บุคคลที่อ่อนกว่านั้นกับพูดคำหวาน “ครับ” “ค่ะ” “ขา” และเลี่ยงการใช้คำไม่สุภาพในการสนทนา กรณีจะกลับกันเมื่อเราเป็นผู้อ่อนกว่าด้วยวัยหรือสถานะ ปรากฏการณ์แบบนี้พบได้ในชีวิตประจำวันทั่วไป ทั้งในหนังและละคร ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนาระหว่างผู้ปกครองกับผู้ใต้ปกครอง หรือระหว่างนักเลงผู้มีอำนาจกับลูกน้อง สิทธิในการใช้คำหยาบและคำไม่สุภาพจึงสัมพัทธ์กับสถานะของบุคคลอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งผู้พูดอยู่ในสถานะที่ต่ำมากเพียงใด สิทธิดังกล่าวก็จะหดน้อยลงตามไปด้วย

๕. ในมุมหนึ่งของโลก ขนาดคำหยาบคาย ยังมีคนต่อสู้เพื่อให้ได้สิทธิในการพูดและเผยแพร่ ซึ่งสถาบันตุลาการก็ตีความรับรองสิทธิให้กระทำได้ตามกาลเทศะอันควร เหตุดังนี้ คำหยาบจึงเป็นเสมือนเกราะกำบังชั้นนอกสุดของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ขนาดคำหยาบคายยังได้รับการคุ้มครองแล้ว ย่อมชัดเจนยิ่งกว่าดวงตะวันยามเที่ยงในวันฟ้าใส ว่า เสรีภาพในการแสดงความเห็นต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างสุภาพ มีเหตุมีผล ตรงไปตรงมา ย่อมต้องได้รับความคุ้มครองอย่างที่สุด เพื่อที่จะให้สังคมสามารถแก้ปัญหาต่างๆ กันได้อย่างสันติ

๖. เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่ในอีกมุมหนึ่งของโลก คำสุภาพที่แสดงออกมาด้วยเหตุด้วยผลอาจเป็นเรื่องต้องห้าม ถึงขนาดจะเอาเป็นเอาตายกันเลยทีเดียว เราควรตระหนักว่าเมื่อคนเราเริ่มพูดอะไรกันด้วยคำสุภาพด้วยเหตุด้วยผลไม่ได้แล้ว ผู้คนจำนวนไม่น้อยย่อมจะหันไปใช้คำหยาบคำข่มขู่ระบายอารมณ์เข้าใส่กัน เรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ หากกลับมาคุยกันด้วยเหตุด้วยผลอย่างสุภาพเปิดเผยตรงไปตรงมาไม่ได้แล้ว ปัญหาก็จะบานปลายจนคนที่มีอาวุธควักปืนมายิงอีกฝ่ายดังที่พบเห็นในข่าวอาชญากรรมทั่วไป

๗. ทางเลือกอยู่ในมือของท่าน ว่าจะคุ้มครองเสรีภาพในการใช้คำหยาบแบบสัมมาทิฐิตามข้อ ๕ หรือจะทำลายเสรีภาพในการใช้คำสุภาพอย่างมีเหตุมีผลอันจะผลักสังคมให้ใช้คำหยาบแบบมิจฉาทิฐิเข้าใส่กันเยี่ยงข้อ ๖ จงเลือกเอาระหว่างสังคมที่สงบสุขได้ด้วยเสรีภาพในการแสดงออก หรือสังคมที่เงียบงันด้วยความกลัวและเลือดเนื้อ

ที่บ่นมาทั้งหมดนี้ก็เนื่องด้วยคำสบถของนักฟุตบอลคนหนึ่งจากทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเท่านั้น โดยมิบังอาจไปแตะต้องกุนซือของทีมลิเวอร์พูลในกรณีอย่างเดียวกันแต่อย่างใด

 

....................................................

 

เดี่ยวไมโครโฟน
โดย
จอร์จ คาร์ลิน
เอกสารแนบท้าย
คดี FCC v. Pacifica Foundation
438 U.S. 726 (1978)

Aruba-du, ruba-tu, ruba-tu. I was thinking about the curse words and the swear words, the cuss words and the words that you can't say, that you're not supposed to say all the time, [']cause words or people into words want to hear your words. Some guys like to record your words and sell them back to you if they can, (laughter) listen in on the telephone, write down what words you say. A guy who used to be in Washington knew that his phone was tapped, used to answer, Fuck Hoover, yes, go ahead. (laughter) Okay, I was thinking one night about the words you couldn't say on the public, ah, airwaves, um, the ones you definitely wouldn't say, ever, [']cause I heard a lady say bitch one night on television, and it was cool like she was talking about, you know, ah, well, the bitch is the first one to notice that in the litter Johnie right (murmur) Right. And, uh, bastard you can say, and hell and damn so I have to figure out which ones you couldn't and ever and it came down to seven but the list is open to amendment, and in fact, has been changed, uh, by now, ha, a lot of people pointed things out to me, and I noticed some myself. The original seven words were, shit, piss, fuck, cunt, cocksucker, mother-fucker, and tits. Those are the ones that will curve your spine, grow hair on your hands and (laughter) maybe, even bring us, God help us, peace without honor (laughter) um, and a bourbon. (laughter) And now the first thing that we noticed was that word fuck was really repeated in there because the word motherfucker is a compound word and it's another form of the word fuck. (laughter) You want to be a purist it [438 U.S. 726, 752]   doesn't really - it can't be on the list of basic words. Also, cocksucker is a compound word and neither half of that is really dirty. The word - the half sucker that's merely suggestive (laughter) and the word cock is a half-way dirty word, 50% dirty - dirty half the time, depending on what you mean by it. (laughter) Uh, remember when you first heard it, like in 6th grade, you used to giggle. And the cock crowed three times, heh (laughter) the cock - three times. It's in the Bible, cock in the Bible. (laughter) And the first time you heard about a cock-fight, remember - What? Huh? naw. It ain't that, are you stupid? man. (laughter, clapping) It's chickens, you know, (laughter) Then you have the four letter words from the old Anglo-Saxon fame. Uh, shit and fuck. The word shit, uh, is an interesting kind of word in that the middle class has never really accepted it and approved it. They use it like, crazy but it's not really okay. It's still a rude, dirty, old kind of gushy word. (laughter) They don't like that, but they say it, like, they say it like, a lady now in a middle-class home, you'll hear most of the time she says it as an expletive, you know, it's out of her mouth before she knows. She says, Oh shit oh shit, (laughter) oh shit. If she drops something, Oh, the shit hurt the broccoli. Shit. Thank you. (footsteps fading away) (papers ruffling)

Read it! (from audience)

Shit! (laughter) I won the Grammy, man, for the comedy album. Isn't that groovy? (clapping, whistling) (murmur) That's true. Thank you. Thank you man. Yeah. (murmur) (continuous clapping) Thank you man. Thank you. Thank you very much, man. Thank, no, (end of continuous clapping) for that and for the Grammy, man, [']cause (laughter) that's based on people liking it man, yeh, that's ah, that's okay man. (laughter) Let's let that go, man. I got my Grammy. I can let my hair hang down now, shit. (laughter) Ha! So! Now the word shit is okay for the man. At work you can say it like crazy. Mostly figuratively, Get that shit out of here, [438 U.S. 726, 753]   will ya? I don't want to see that shit anymore. I can't cut that shit, buddy. I've had that shit up to here. I think you're full of shit myself. (laughter) He don't know shit from Shinola. (laughter) you know that? (laughter) Always wondered how the Shinola people felt about that (laughter) Hi, I'm the new man from Shinola. (laughter) Hi, how are ya? Nice to see ya. (laughter) How are ya? (laughter) Boy, I don't know whether to shit or wind my watch. (laughter) Guess, I'll shit on my watch. (laughter) Oh, the shit is going to hit de fan. (laughter) Built like a brick shit-house. (laughter) Up, he's up shit's creek. (laughter) He's had it. (laughter) He hit me, I'm sorry. (laughter) Hot shit, holy shit, tough shit, eat shit, (laughter) shit-eating grin. Uh, whoever thought of that was ill. (murmur laughter) He had a shit-eating grin! He had a what? (laughter) Shit on a stick. (laughter) Shit in a handbag. I always like that. He ain't worth shit in a handbag. (laughter) Shitty. He acted real shitty. (laughter) You know what I mean? (laughter) I got the money back, but a real shitty attitude. Heh, he had a shit-fit. (laughter) Wow! Shit-fit. Whew! Glad I wasn't there. (murmur, laughter) All the animals - Bull shit, horse shit, cow shit, rat shit, bat shit. (laughter) First time I heard bat shit, I really came apart. A guy in Oklahoma, Boggs, said it, man. Aw! Bat shit. (laughter) Vera reminded me of that last night, ah (murmur). Snake shit, slicker than owl shit. (laughter) Get your shit together. Shit or get off the pot. (laughter) I got a shit-load full of them. (laughter) I got a shit-pot full, all right. Shit-head, shit-heel, shit in your heart, shit for brains, (laughter) shit-face, heh (laughter) I always try to think how that could have originated; the first guy that said that. Somebody got drunk and fell in some shit, you know. (laughter) Hey, I'm shit-face. (laughter) Shit-face, today. (laughter) Anyway, enough of that shit. (laughter) The big one, the word fuck that's the one that hangs them up the most. [']Cause in a lot of cases that's the very act that [438 U.S. 726, 754]   hangs them up the most. So, it's natural that the word would, uh, have the same effect. It's a great word, fuck, nice word, easy word, cute word, kind of. Easy word to say. One syllable, short u. (laughter) Fuck. (Murmur) You know, it's easy. Starts with a nice soft sound fuh ends with a kuh. Right? (laughter) A little something for everyone. Fuck (laughter) Good word. Kind of a proud word, too. Who are you? I am FUCK. (laughter) FUCK OF THE MOUNTAIN. (laughter) Tune in again next week to FUCK OF THE MOUNTAIN. (laughter) It's an interesting word too, [']cause it's got a double kind of a life - personality - dual, you know, whatever the right phrase is. It leads a double life, the word fuck. First of all, it means, sometimes, most of the time, fuck. What does it mean? It means to make love. Right? We're going to make love, yeh, we're going to fuck, yeh, we're going to fuck, yeh, we're going to make love. (laughter) we're really going to fuck, yeh, we're going to make love. Right? And it also means the beginning of life, it's the act that begins life, so there's the word hanging around with words like love, and life, and yet on the other hand, it's also a word that we really use to hurt each other with, man. It's a heavy. It's one that you have toward the end of the argument. (laughter) Right? (laughter) You finally can't make out. Oh, fuck you man. I said, fuck you. (laughter, murmur) Stupid fuck. (laughter) Fuck you and everybody that looks like you. (laughter) man. It would be nice to change the movies that we already have and substitute the word fuck for the word kill, wherever we could, and some of those movie cliches would change a little bit. Madfuckers still on the loose. Stop me before I fuck again. Fuck the ump, fuck the ump, fuck the ump, fuck the ump, fuck the ump. Easy on the clutch Bill, you'll fuck that engine again. (laughter) The other shit one was, I don't give a shit. Like it's worth something, you know? (laughter) I don't give a shit. Hey, well, I don't take no shit, (laughter) you know what I mean? You know why I don't take no shit? (laughter) [438 U.S. 726, 755]   [']Cause I don't give a shit. (laughter) If I give a shit, I would have to pack shit. (laughter) But I don't pack no shit cause I don't give a shit. (laughter) You wouldn't shit me, would you? (laughter) That's a joke when you're a kid with a worm looking out the bird's ass. You wouldn't shit me, would you? (laughter) It's an eight-year-old joke but a good one. (laughter) The additions to the list. I found three more words that had to be put on the list of words you could never say on television, and they were fart, turd and twat, those three. (laughter) Fart, we talked about, it's harmless It's like tits, it's a cutie word, no problem. Turd, you can't say but who wants to, you know? (laughter) The subject never comes up on the panel so I'm not worried about that one. Now the word twat is an interesting word. Twat! Yeh, right in the twat. (laughter) Twat is an interesting word because it's the only one I know of, the only slang word applying to the, a part of the sexual anatomy that doesn't have another meaning to it. Like, ah, snatch, box and pussy all have other meanings, man. Even in a Walt Disney movie, you can say, We're going to snatch that pussy and put him in a box and bring him on the airplane. (murmur, laughter) Everybody loves it. The twat stands alone, man, as it should. And two-way words. Ah, ass is okay providing you're riding into town on a religious feast day. (laughter) You can't say, up your ass. (laughter) You can say, stuff it! (murmur) There are certain things you can say its weird but you can just come so close. Before I cut, I, uh, want to, ah, thank you for listening to my words, man, fellow, uh space travelers. Thank you man for tonight and thank you also. (clapping whistling).

เข้าสู่ระบบ