Home » แถลงการณ์
แถลงการณ์
แถลงการณ์ ของคณาจารย์ คณะนิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๑
ตามที่ได้มีบุคคลกลุ่มหนึ่งกระทําการ “รัฐประหาร” โดยได้ใช้กาลังอาวุธเข้าล้มล้างรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ งของประชาชนเมื่อวันที่ ๑๙ กนยายน ๒๕๔๙ นั้น มิว่ากลุ่มบุคคลข้างต้นจะอาศัยเหตุผลอย่างไร คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ดงมีรายนามตอนท้าย มีความจําเป็นต้องออกแถลงการณ์เพื่อแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าว
แถลงการณ์ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๒
ตามที่คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ดังมีรายนามตอนท้ายได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ ๑ เพื่อคัดค้านการทำรัฐประหารของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไปแล้วนั้น
คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ขอแสดงความเห็นต่อไปว่า หากต้องการให้การปฏิรูปประชาธิปไตยบรรลุเป้าหมายมีความจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการตามครรลองของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือ
แถลงการณ์ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๓
แม้รัฐประหารจะผ่านพ้นไปกว่าสองเดือน แต่ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันประกอบกับในโอกาสที่วันที่ ๑๐ ธันวาคม เป็นวันรัฐธรรมนูญและวันสิทธิมนุษยชนโลก คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ดังมีรายนามตอนท้าย มีความจำเป็นต้องออกแถลงการณ์เพื่อแสดงความเห็นเกี่ยวกับเสรีภาพ ทั้งในทางหลักการและในทางปฏิบัติ ดังนี้
แถลงการณ์ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๔
เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ คณะตุลาการรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ ๓ – ๕ / ๒๕๕๐ เรื่อง อัยการสูงสุดขอให้มีคำสั่งยุบพรรคพัฒนาชาติไทย พรรคแผ่นดินไทย และพรรคไทยรักไทย โดยคณะตุลาการฯได้วินิจฉัยให้มีการยุบพรรคการเมืองทั้งสามพรรค และมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคของพรรคการเมืองทั้งสามพรรคมีกำหนดเวลาห้าปี คณาจารย์คณะนิติ ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังมีรายนามตอนท้าย ได้ศึกษาคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญแล้ว มีความเห็นว่า
แถลงการณ์ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๕-๑
เพื่อยืนยันว่าการทำลายอำนาจการตัดสินใจของประชาชนด้วยการรัฐประหารจะต้องไม่ได้รับการยอมรับอีกต่อไป
เพื่อแสดงให้เห็นว่าประชาชนทั้งหลายไม่ว่าจะมีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างไรมีความสามารถเพียงพอในการกำหนดวิถีชีวิตของตนด้วยตนเองได้
เพื่อป้องกันมิให้ระบบกฎหมายของรัฐถูกทำลายจนเสียหลักแห่งความยุติธรรมไปมากกว่าที่เป็นอยู่
และเพื่อมิให้ร่างรัฐธรรมนูญที่ลดทอนอำนาจในสาระสำคัญของประชาชนแต่เพิ่มอำนาจเหล่านั้นให้กับกลุ่มอำมาตยาธิปไตยบางกลุ่มนั้นมีผลใช้บังคับ
เรา คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังมีรายนามตอนท้าย โดยอาศัยสถานะพลเมืองไทยและผู้ประกอบวิชาชีพด้านนิติศาสตร์
ขอประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ....
แถลงการณ์ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๕-๒
เรื่องการปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญฉบับออกเสียงประชามติ
เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... จึงมีผลให้ต้องดำเนินการต่อไปตามความในมาตรา ๒๙ วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ โดยการจัดให้มีการออกเสียงประชามติว่าประชาชนจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวทั้งฉบับหรือไม่ และบัดนี้ สภาร่างรัฐธรรมนูญก็ได้กำหนดให้ประชาชนออกเสียงประชามติว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว ในวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
แถลงการณ์ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๖
เรื่อง การตีความกฎหมายเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
ตามที่ปรากฏข้อถกเถียงเกี่ยวกับการตีความกฎหมายอยู่ในขณะนี้ว่าในกรณีที่กรรมการบริหารพรรคการเมืองกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งและถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง การกระทำของกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นจะส่งผลให้ต้องดำเนินการยุบพรรคการเมืองดังกล่าวและต้องเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคคนอื่นที่ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดนั้นด้วยหรือไม่นั้น คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดังมีรายนามตอนท้ายเห็นว่า
แถลงการณ์ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๗
ความเห็นต่อคำสั่งศาลปกครองกลางในคดีหมายเลขดำที่ ๙๘๔/๒๕๕๑ รับคำฟ้องกรณีแถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา เรื่องการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา
แถลงการณ์ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๘
เรื่อง กระบวนพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคการเมือง
ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังดำเนินกระบวนพิจารณาคดียุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และ พรรคมัชฌิมาธิปไตย โดยได้กำหนดนัดคู่ความให้มีการแถลงปิดคดีในวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ แล้ว นั้น
เรา กลุ่ม ๕ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอแสดงทัศนะเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในคดีดังกล่าวข้างต้น ดังต่อไปนี้
แถลงการณ์ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๙
หลังจากคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วม ( คตร. ) ภายใต้การนำของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา มีมติเสนอแนะให้นายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎร และหลังจากนายกรัฐมนตรี ได้อาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง
เรา กลุ่ม ๕ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอแสดงจุดยืนทางการเมืองต่อสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน ดังต่อไปนี้
แถลงการณ์ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๑๐
เรื่อง คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณียุบพรรคการเมือง
ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตยแถลงปิดคดีในวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ โดยหลังจากที่มีการแถลงปิดคดีแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในวันเดียวกันให้ยุบพรรคการเมืองทั้งสามพรรค พร้อมทั้งสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคทั้งสามพรรคนั้น
ระหว่างรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะเผยแพร่ต่อสาธารณะต่อไป เรา กลุ่ม ๕ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอแสดงความคิดเห็นเบื้องต้นต่อคำวินิจฉัยของศาลในเรื่องดังกล่าว ดังต่อไปนี้
แถลงการณ์ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๑๑-๑
บทวิเคราะห์คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกรณีขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน
ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ อม.๑/๒๕๕๓ เรื่อง ขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๓ โดยศาลฎีกา ฯ ได้มีคำพิพากษาให้เงินที่ได้จากการขายหุ้นและเงินปันผลหุ้นของบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน ๔๖,๓๗๓,๖๘๗,๔๕๔.๗๐ บาท พร้อมดอกผลเฉพาะดอกเบี้ยที่ได้รับจากบัญชีเงินฝากนับตั้งแต่วันฝากเงินจนถึงวันที่ธนาคารส่งเงินจำนวนดังกล่าว ตกเป็นของแผ่นดินนั้น
คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จำนวนห้าคนดังมีรายนามตอนท้าย ได้ศึกษาคำพิพากษาของศาลซึ่งเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ แล้ว เห็นว่าเพื่อประโยชน์ในทางวิชาการด้านนิติศาสตร์ต่อสาธารณชนทั่วไป เป็นการสมควรที่จะเสนอบทวิเคราะห์เบื้องต้นทางกฎหมายเพื่อแสดงความคิดเห็นต่อคำพิพากษาของศาลในเรื่องดังกล่าว ดังนี้
แถลงการณ์ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๑๑-๒
บทวิเคราะห์คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
กรณีขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน(ฉบับสรุปย่อ)
แถลงการณ์ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๑๒
เรื่อง ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางพลี อำเภอพระประแดง อำเภอพระสมุทรเจดีย์ อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอธัญบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว อำเภอสามโคก อำเภอลำลูกกา และอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม และอำเภอวังน้อย อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร และอำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งประกาศ คำสั่ง และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๓ นั้น เรา กลุ่ม ๕ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีความเห็นและข้อเรียกร้อง ดังนี้
แถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ นิติศาสตร์เพื่อราษฎร
บทวิเคราะห์
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๕/๒๕๕๓ กรณีศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์
คณะนิติราษฎร์ นิติศาสตร์เพื่อราษฎร
ข้อเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ฯ
โดยตระหนักว่ามนุษย์ ไม่ว่าจะชาติกำเนิดใด ดำรงตำแหน่งสถานะใด ย่อมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีเสรีภาพ มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน มีเหตุผล มีความสามารถอดทนอดกลั้นต่อความคิดเห็นที่แตกต่าง และในสังคมประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นเสรีภาพที่จะขาดเสียมิได้ หากจะมีการจำกัดเสรีภาพดังกล่าว รัฐต้องกระทำเท่าที่จำเป็น และจะจำกัดจนถึงขนาดกระทบต่อสารัตถะแห่งเสรีภาพนั้นมิได้