Home » Blog » ข่าวสาร » นิติราษฏร์ ฉบับ ๗ (ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช)

นิติราษฏร์ ฉบับ ๗ (ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช)

Blog Icon

ข่าวสาร นิติราษฎร์

20 November 2010

read 2171

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับศาลอาญาระหว่างประเทศ

สังคมไทยเริ่มรู้จักศาลระหว่างประเทศสองศาล คือ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court  of  Justice :ICJ) หรือที่รู้จักกันดีในนามว่าศาลโลก (The World Court) เมื่อคราวเกิดคดีปราสาทพระวิหาร และมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งเมิ่อเกิดความ ขัดแย้งกรณีปราสาทพระวิหารรอบที่สอง อีกศาลหนึ่งที่เริ่มเป็นที่กล่าวถึงในสังคมไทย คือ ศาลอาญาระหว่างประเทศ  (International Criminal Court: ICC) หรือที่บางคนเรียกว่า ศาลอาญาโลก ซึ่งจริง ๆ แล้วควรเรียกว่า ศาลอาญาระหว่าง ประเทศ หรือไอซีซี การเรียกว่า ศาลอาญาโลก อาจนำไปสู่การเข้าใจผิดว่าเป็นศาลโลก

โดยศาลทั้งสองนี้ตั้งอยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์  ศาลทั้งสองนี้มีลักษณะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ก็ยังมีการเรียกชื่อผิดหรือเข้าใจบทบาทอำนาจหน้าที่ของศาลทั้งสองอย่างไม่ถูกต้อง ข้อเขียนสั้นๆนี้มีความมุ่งหมายที่จะกล่าวถึงลักษณะที่สำคัญของศาลทั้งสองโดยเฉพาะประเด็นเรื่อง “เขตอำนาจศาล” (Jurisdiction) ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดและเป็นเรื่องที่จะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบละเอียดถี่ถ้วนก่อนที่จะไปวินิจฉัยประเด็นเกี่ยวกับเนื้อหาของข้อพิพาท

ศาลโลกนั้นเป็นศาลระหว่างประเทศที่ทำหน้าที่ระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐอธิปไตยด้วยกัน หมายความว่า รัฐอธิปไตย (State) เท่านั้นที่จะสามารถเป็นคู่ความ หรือผู้ฟ้องหรือผู้ถูกฟ้องได้ บุคคลธรรมดา เช่น นาย ก. นาย ข. ไม่สามารถเป็นคู่ความในศาลโลกได้ เพราะฉะนั้นการฟ้องนักการเมือง หรือใครก็แล้วแต่ไม่อาจฟ้องต่อศาลโลกได้

ขอย้ำอีกครั้งว่า เฉพาะรัฐอธิปไตยเท่านั้นที่จะเป็นคู่ความในศาลโลกได้ แม้แต่องค์การระหว่างประเทศก็ไม่อาจเป็นคู่ความได้ เพราะฉะนั้นคนธรรมดายิ่งไม่อาจฟ้องหรือถูกฟ้องในศาลโลกได้เลย

ส่วนศาลอาญาระหว่างประเทศนั้น เป็นศาลที่พิจารณาความผิดทางอาญาแก่บุคคลธรรมดาที่กระทำอาชญากรรมระหว่างประเทศที่ร้ายแรง โดยฐานความผิดทางอาญาที่ศาลอาญาระหว่างประเทศมีเขตอำนาจในปัจจุบันนี้มีอยู่ด้วยกันสี่ฐานความผิดคือ ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ อาชญากรรมต่อมนุษย์ชาติ การรุกรานและอาชญากรสงคราม อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่องฐานความผิดนั้นเป็นประเด็นเนื้อหา แต่อัยการจะสั่งให้มีการสอบสวน และสั่งฟ้องเพื่อให้ศาลพิจารณาได้นั้นต้องผ่านประเด็นเรื่องเขตอำนาจของศาลเสียก่อนว่า ศาลมีเขตอำนาจที่จะพิจารณาคดีที่เสนอมาหรือไม่ โดยเขตอำนาจของศาลนั้นจะมีได้เมื่อผู้ถูกกล่าวหา (the accused) เป็นผู้ที่มีสัญชาติของรัฐที่เป็นภาคีศาลอาญาระหว่างประเทศ หรืออาชญากรรมที่ร้ายแรงนั้นได้กระทำขึ้น หรือเกิดขึ้นบนดินแดนของรัฐที่เป็นภาคีของศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือกรณีที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ใช้อำนาจตามหมวดเจ็ดของกฎบัตรสหประชาชาติได้ส่งรื่องให้อัยการพิจารณามีข้อสังเกตว่า เขตอำนาจของศาลอาญาระหว่างประเทศนั้นไม่พิจารณา “สัญชาติของผู้เสียหาย” ว่าเป็นของรัฐที่เป็นภาคีของศาลอาญาระหว่างประเทศแต่ดู “สัญชาติของผู้ถูกกล่าวหา” ว่าได้กระทำความผิด

โดยสรุปแล้ว เขตอำนาจของศาลอาญาระหว่างประเทศตั้งอยู่บนหลักสัญชาติ (nationality) โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้ถูกกล่าวหามีสัญชาติของรัฐที่เป็นภาคีศาลอาญาระหว่างประเทศ และหลักดินแดน (Territory) คือ อาชญากรรมร้ายแรงได้กระทำขึ้นบนดินแดนของรัฐที่เป็นภาคีศาลอาญาระหว่างประเทศ และกรณีสุดท้าย คือกรณีที่คณะมนตรีความมั่นคงใช้อำนาจเสนอให้อัยการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมร้ายแรงที่เกิดขึ้นแม้ว่ารัฐนั้นจะมิได้เป็นสมาชิกของศาลอาญาระหว่างประเทศที่มิได้เป็นภาคีศาลอาญาระหว่างประเทศแต่คณะมนตรีความมั่นคงได้เสนอเรื่องให้อัยการ

ส่วนการเข้าเป็นภาคีศาลอาญาระหว่างประเทศนั้นทำได้โดยการให้สัตยาบัน (Ratification) หรือ การภาคยานุวัต (Accession) ธรรมนูญกรุงโรมก่อตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ ลำพังการลงนาม (sign) ยังไม่มีผลให้รัฐนั้นเป็นสมาชิกของศาลอาญาระหว่างประเทศ อนึ่ง มีข้อสังเกตว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศอาจมีเขตอำนาจเหนือคดีที่รัฐนั้นมิได้เป็นภาคีศาลอาญาระหว่างประเทศก็ได้ หากผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดอาญาร้ายแรงแม้จะมิได้เป็นคนที่มีสัญชาติของรัฐที่เป็นภาคีของศาลอาญาระหว่างประเทศก็ตาม แต่อาชญากรรมร้ายแรงได้กระทำขึ้นบนดินแดนของรัฐที่เป็นภาคีของศาลอาญาระหว่างประเทศ ศาลอาญาระหว่างประเทศก็มีเขตอำนาจได้ หรือในกรณีกลับกัน อาชญากรรมได้กระทำโดยคนที่มีสัญชาติของรัฐที่เป็นภาคีของศาล แม้ว่าอาชญากรรมนั้นจะกระทำขึ้นบนดินแดนหรือในประเทศที่มิได้เป็นภาคีของศาลก็ตาม ศาลอาญาระหว่างประเทศก็มีเขตอำนาจ หรือกรณีสุดท้าย ทั้งผู้กระทำความผิดก็มิได้มีสัญชาติของรัฐที่เป็นภาคีศาลอาญาหรืออาชญากรรมร้ายแรงได้กระทำขึ้นในดินแดนที่มิได้เป็นรัฐภาคีศาลอาญา ศาลอาญาก็สามารถมีเขตอำนาจได้หากคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติเสนอเรื่องให้อัยการสอบสวน

หวังว่าข้อเขียนนี้คงเป็นประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจเรื่องเขตอำนาจของศาลอาญาระหว่างประเทศได้พอสมควร ก่อนจบขอแนะนำให้อ่านบทความของผู้ใช้นามปากกา ไพร่แขนขาว ซึ่งน่าจะหมายถึงผู้เป็นไทแก่ตนเอง เพราะแขนไม่ได้มีการสักเลข แสดงถึงความเป็นเสรีชนเต็มตัว บทความนี้เกี่ยวกับความยุติธรรมซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังขาดแคลนในสังคมไทยและเข้าใจว่าบทความของเขาคงเหมาะแก่ราษฎร “เสรีชน” ที่เป็นแฟนเว็บนิติราษฎรเป็นแม่นมั่น.

เข้าสู่ระบบ